สัญญาณไฟเตือนบนหน้าปัดรถยนต์ มีความหมายว่าอย่างไร แบบไหนที่รถมีปัญหา

ทุกวันในการใช้รถสิ่งแรกที่เราจะเห็นเป็นอันดับแรก คือ สัญญาณไฟเตือนที่หน้าปัดรถยนต์ของเรา เมื่อสตาร์ทรถเราก็จะเห็นไฟต่างๆ แสดงขึ้นมาซึ่งเป็นตัวช่วยในการตรวจสอบข้อบกพร่องในรถยนต์หรือเครื่องยนต์ และแจ้งเตือนให้เราทราบว่า ณ ขนาดนั้นรถเรามีปัญหาอะไร ซึ่งจะดีขนาดไหนหากเรารู้ถึงความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆ ทั้งนี้สัญลักษณ์ต่างๆ มีการแบ่งประเภท และความร้ายแรงด้วยสีของสัญญาณเตือนสัญญาณไฟเตือนหน้าปัดรถยนต์ บอกถึงอะไร

โดยแบ่งได้ 4 ประเภทดังนี้

  1. สัญญาณเตือนสีเขียว หมายถึง อุปกรณ์ที่กำลังใช้งานอยู่
  2. สัญญาณเตือนสีน้ำเงิน หมายถึง อุปกรณ์ที่กำลังใช้งานอยู่ แต่ไม่ใช่ค่าตั้งต้นจากโรงงาน (เช่น การเปิดไฟสูง)
  3. สัญญาณเตือนสีเหลือง หมายถึง การเตือนให้ตรวจสอบ แต่ยังสามารถใช้งานได้อยู่
  4. สัญญาณเตือนสีแดง หมายถึง ให้ตรวจสอบโดยทันที หรือหยุดใช้งานเพื่อความปลอดภัย

ความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆ

ความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆ

  1. ไฟตัดหมอกด้านหน้า
  2. ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ (มีการทำงานผิดพลาด)
  3. ไฟตัดหมอกด้านหลัง
  4. ระดับน้ำล้างกระจกอยู่ในระดับต่ำ
  5. ผ้าเบรกมีปัญหา
  6. ระบบควบคุมความเร็วให้คงที่
  7. สัญญาณไฟเลี้ยว ซ้าย-ขวา
  8. ระบบตรวจจับน้ำฝน และแสงมีปัญหา
  9. ระบบความเย็น
  10. แสดงผลข้อมูลทั่วไป
  11. แจ้งเตือนความร้อนระบบเครื่องยนต์ดีเซล
  12. มีหิมะที่พื้นผิวถนน
  13. แจ้งเตือนสวิตช์สตาร์ทเกิดการผิดพลาด
  14. แจ้งเตือนกุญแจไม่ได้อยู่ในรถ
  15. แบตเตอรี่ของกุญแจมีพลังงานต่ำ
  16. แจ้งเตือนระยะห่างของรถคันหน้า
  17. แรงดันน้ำมันคลัทช์
  18. แรงดันน้ำมันเบรก
  19. แจ้งเตือนพวกมาลัยล็อก
  20. เปิดไฟสูง
  21. แจ้งเตือนความดันลมยางอ่อน
  22. ไฟด้านข้างถูกใช้งาน
  23. สัญญาณไฟภายนอกปัญหา
  24. สัญญาณไฟเบรกมีปัญหา
  25. แจ้งเตือนตัวกรองน้ำมันของเครื่องยนต์ดีเซลมีปัญหา
  26. เตือนการเชื่อมต่อของสายพ่วง
  27. เตือนระบบการป้องกันการสะเทือนมีปัญหา
  28. รักษาระยะห่างการใช้ทางจราจร
  29. เตือนการบำบัดไอเสียผิดปกติ
  30. เตือนเข็มขัดนิรภัยความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆ
  31. ระบบเบรกระหว่างจอดรถเพื่อป้องกันไม่ให้รถไหล
  32. แจ้งเตือนพลังงานของแบตเตอรี่
  33. ระบบจอดรถอัตโนมัติ
  34. ระบบแจ้งเตือนตรวจเช็คสภาพรถ
  35. ระบบปรับแสงไฟหน้าอัตโนมัติ
  36. ปรับระดับไฟหน้ารถ
  37. แจ้งเตือนสปอยเลอร์ด้านหลังมีปัญหา
  38. ระบบเปิดหลังคาอัตโนมัติ
  39. ระบบเตือนถุงลมนิรภัย
  40. แจ้งเตือนเบรกมือ
  41. มีน้ำเข้ามาเจือปนในน้ำมันเชื้อเพลิง (รีบแก้ไขโดยด่วน)
  42. ปิดการทำงานของถุงลมนิรภัย
  43. ควรตรวจสภาพรถ
  44. เปิดไฟขอทาง
  45. กรองอากาศสกปรก
  46. โหมดประหยัดพลังงาน
  47. ระบบควบคุมรถขณะลงเขา
  48. ระบบเตือนความร้อนของหม้อน้ำ
  49. ระบบเบรก ABS
  50. ตัวกรองน้ำมันเชื้อเพลิงอุดตัน
  51. ประตูรถเปิดอยู่
  52. ฝากระโปรงหน้าเปิดอยู่
  53. น้ำมันเชื้อเพลิงเหลือน้อย
  54. เตือนระบบเกียร์อัตโนมัติ
  55. จำกัดความเร็วทำงาน
  56. ระบบกันสะเทือนผิดปกติ
  57. แจ้งเตือนความดันน้ำมันเครื่องต่ำ
  58. ระบบไล่ฝ้าที่กระจกทำงาน
  59. กระโปรงท้ายรถเปิดใช้งานอยู่
  60. ระบบควบคุมการทรงตัวของรถยนต์
  61. เซ็นเซอร์ระบบน้ำฝนถูกใช้งาน
  62. แจ้งเตือนเครื่องยนต์ขัดข้อง
  63. ระบบไล่ฝ้ากระจกด้านหลัง
  64. ที่ปัดน้ำฝนทำงานอัตโนมัติ

สัญญาณไฟเตือนบนหน้าปัดรถยนต์

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว หากมีสัญญาณไฟแจ้งเตือนสีแดง ที่จะส่งผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ และเป็นอันตรายต่อรถของคุณ ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อแก้ไขปัญหาในทันที

เรียบเรียงโดย : 168Automotive.

แสดงความคิดเห็น
Read Previous

ราคา ตารางผ่อนดาวน์ ALL NEW MAZDA 3 ปี 2020-2021

Read Next

รีวิว สเปคข้อมูล Suzuki Burgman 400 ABS

กดถูกใจแฟนเพจเพื่อรับข้อมูลข่าวสาร