อะไหล่ที่ควรจะต้องเปลี่ยน เมื่อครบระยะการใช้งานของรถยนต์

ว่าด้วยรถยนต์ที่หลายๆ คนใช้ในเรื่องการขนส่งสาธารณะที่วิ่งอยู่บนท้องถนนทั่วๆ ไปแล้ว วันนี้ขอมาให้ความรู้เกี่ยวกับ อะไหล่รถยนต์ที่สมควรจะเปลี่ยนเมื่อครบระยะตามที่ช่างกำหนด หลายๆ ท่านที่มีรถยนต์ขับขี่อยู่อาจจะรู้ หรือไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ การที่ไม่เปลี่ยนอะไหล่ตามระยะนั้น อาจส่งผลร้ายต่อรถ หรือ ชีวิตของเราได้ ลองตามมาอ่านกันดูค่ะ ว่ามีอะไหล่ตัวไหนบ้าง

อะไหล่ที่ควรเปลี่ยน เมื่อครบระยะการใช้งานของรถยนต์

อันดับที่ 1 น้ำมันเครื่องและไส้กรอง

ควรที่จะเปลี่ยนทุกๆ 8,000-10,000 KM น้ำมันเครื่องมีหลายเกรดให้คุณเลือกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแบบ กึ่งสังเคราะร้อย และ สังเคราะแบบร้อยเปร์เซ็นต์ แบบนี้ก็จะแพพงขึ้นมาอีกหน่อย ค่าความคงทนของน้ำมันเครื่องก็จะขึ้นอยู่กับเกรดน้ำมันเนี้ยแหละค่ะ

 น้ำมันเครื่องและไส้กรอง

อันดับที่ 2 แบตเตอรี่

ควรเปลี่ยน ทุก 2 ปี ตามความจริงแล้วแบตเตอรี่ อายุการใช่งานจะอยู่ที่ 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี ซึ่งแบตเตอรี่ที่ใช่กันดดยทั่วไปนั้นมีอยู่ 3 ประเภทนั้นก็คือ  แบบน้ำ แบบแห้ง ละแบบ ไฮบริด คือแบบกึ่งน้ำกึ่งแห้ง  แต่แบบแห้งที่แห้งไปเลยจะมีความคงทนมากกว่า อายุการใช่งานอาจจะสูงขึ้นถึง 3 ปีเลยนะคะ แต่ถ้าเป็นแบตเตอรี่แบบน้ำก็ควรที่จะขยันเติมน้ำกรั้นสักนิด

แบตเตอรี่

อันดับที่ 3 ไส้กรองอากาศ

ควรที่จะทำความสะอาดทุก ๆ 3,000-5,000 KM และเปลี่ยนทุกๆ 10,000 KM การที่มีฝุ่นละองเกาะไส้กรองอากาศมากๆอาจทำให้เครื่องสดุดเร่งไม่ขึ้นได้ค่ะ ควรที่ทจะมั่นเอาออกมาทำความสะอาดเป่าฝุ่นนิดหนึ่ง ซึ่งไส้กรองนั้นก็มีราคาที่ไม่แพงมากเท่าไรค่ะ ราคาสูง

ไส้กรองอากาศ

อันอับที่ 4 หัวเทียน

ควรที่จะเปลี่ยนทุกๆ 40,000 KM หัวเทียนมีหน้าที่ในกรจุดระเบิดเครื่องยนต์เพื่อทำการสะตาสรถนั้นเองค่ะ ส่วนเรื่องของอายุการใช่งานของหัวเทียนนั้นจะอยู่ราวๆ 2 ปีหรือ 40,000 KM นะคะ ก็ควรที่จะเปลี่ยนได้แล้วนะค่ะ ราคาไม่แพงค่ะ เปลี่ยนได้ก็ควรที่จะเปลี่ยนเลย

หัวเทียน

อันดับที่ 5 น้ำมันเกรียร์

เหมาะที่จะเปลี่ยนทุก 20,000-40,000 KM. หลายๆยคนอาจจะสงสัยว่าทำไม่ต้อง 20,000-40,000 KM เพราว่าเกรัยร์จะสึกหรอ ก็ต่อเมื่อเราใช่งานเท่านั้นค่ะ การที่เราขับเคลื่อนรถ การที่เราช่งานรถยนต์บ่อยๆ อัตรการสึกหรอก็จะมากขึ้นหรือสูงขึ้นตามไปด้วย เราก็ควรที่จะเปลี่ยนมันเร็วขึ้นตามระยะทางของรถยนต์

น้ำมันเกรียร์

อันดับที่ 6 ไส้กรองน้ำมันเชื่อเพลิง

ควรที่จะเปลี่ยนทุกๆ 2 ปี หรือตามระยะทาง 40,000 KM  ในรถยนต์แต่ละรุ่น อาจจะมีหรือไม่มีใส่กรองน้ำมันรถยนต์ แต่หน้าที่ของไส้กรองคือกรองสิ่งสกปรก หรือ สิ่งแปรกปลอมที่เราได้เติมเข้าไป หรือที่ติดเค้าไปกับน้ำมันเชื่อเพลิงนั้นเอง ก็ควรที่จะเปลี่ยนทุกๆ 2 ปี หรือ 40,000 KM  นั้นเองนะค่ะ

ไส้กรองน้ำมันเชื่อเพลิง

อันดับ 7 สายพานไทม์มิ่ง

อายุการใช้งานอยู่ที่ 100,000 KM สายพานไทม์มิ่ง จัดว่าเป็นอะไรที่สำคัญมากๆและควรที่จะต้องเปลี่ยน เพราะถ้ามันเกิดขาดขึ้นมา หรือว่าเกิดการสึกหรอ จะทำให้เครื่องยนต์ของคุณนั้นพัง และต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ การที่สายนั้นขาดในระหว่างที่ขับขี่อยู่ จะทำให้เครื่องพังและเกิดอัตรายได้ เมื่อครบ 100,000 KM เราก็ควรที่จะเปลี่ยนสายพานได้แล้วละค่ะ

สายพานไทม์มิ่ง

อันดับที่ 8 ผ้าเบรก

เปลี่ยนทุกๆ 50,000 KM ผ้าเบรกก็ถือว่าสำคัญเหมือนกันนะค่ะ ไม่แพ้ชิ้นส่วนอื่นของรถยนต์เลย ผ้าเบรกควรที่จะเปลี่ยนนทุก 50,000 KM หรือถ้าเกิดเบรกแล้วมีเสียง ดัง จี๊ดๆๆ อันนั้นก็ควรที่จะเปลี่ยนผ้าเบรกได้แล้วละค่ะ

ผ้าเบรกอันดับที่ 9  หลอดไฟ

ถือว่าสำคัญไม่แพ้ ส่วนอื่นเลยนะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟตัดหมอก ไฟรี่ ไฟถอย ไฟท้าย ไฟเบรกนะค่ะ ก็ควรที่จะเปลี่ยนให้มันติกครบทุกดวงนะค่ะ หากมันไม่ติดก็เปลี่ยนได้เลย ไม่ต้องไปสนใจมันค่ะ รอบมันค่ะ

  หลอดไฟ

อันดับที่ 10 ยางปัดน้ำฝน

ถือว่าเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญมากเหมือนกันนะค่ะ ในช่วงฤดูฝนเนี้ย ถ้าหากใบปัดน้ำฝนนั้นมีอาการแข็ง จะให้ปัดน้ำออกไม่หมด ในกรณีที่ฝนตกและใบปดน้ำฝนของคุณนั้นแข็ง จำให้ปัดน้ำฝนออกไม่หมดแล้วทำให้คุณไม่สามารถมองเห็นทางได้นะคะ สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ เรื่องนี้ถือว่าอัตรายมากพอสมควร

 ยางปัดน้ำฝน

 

เป็นยังไงบ้างค่ะ กับเหล่าอุปกรณ์รถยนต์ที่ควรจะเปลี่ยน ตามระยะการใช่งาน หลายคนอาจจะทราบอยู่แล้วหรือหลายคนก็อาจจะยังไม่รู้ แต่อุปกรณ์เหล่านี้หากเราปล่อยปะละเลยมัน ก็จะทำให้ส่งผลกระทบที่ไม่ดีเป็นอย่างมากกับรถและตัวผู้ขับเอง อย่างน้อยก็ควรที่จะเปลี่ยน เพื่อความปลอดภัยสำหรับตัวผู้ขับขี่

 

เรียบเรียงโดย/168Automotive.
แสดงความคิดเห็น
Read Previous

เติมน้ำมันรถยนต์ผิด ไม่ต้องตกใจ เรามีวิธีแก้ปัญหา

Read Next

เคาะราคา All-new Mazda3 ที่แดนปลาดิบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กดถูกใจแฟนเพจเพื่อรับข้อมูลข่าวสาร