สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อขับรถ เพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์

การขับ รถยนต์ นอกจากจะต้องมีความรู้ และเข้าใจในเทคนิควิธีการ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ในรถให้คุ้นเคย

และการเคารพกฎการจราจรแล้ว ยังต้องระวังพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ ของ รถยนต์ สึกหลอหรือเสียหายได้ มาดูว่าสิ่งที่ผู้ขับรถไม่ควรทำหรือควรหลีกเลี่ยง เพื่อรักษารถและความปลอดภัยของตัวท่าน

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อขับรถ เพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์

1. สตาร์ตแล้วออกรถทันที

สตาร์ตแล้วออกรถทันที

เมื่อรถยนต์จอดค้างคืนเอาไว้เกิน 4 – 5 ชั่วโมงขึ้นไปนั้น น้ำมันหล่อลื่นจะถูกไหลลงไปค้างที่ก้นอ่างหรือด้านล่างสุด ซึ่งเมื่อเราสตาร์ตเครื่องยนต์ แม้รถรุ่นใหม่ๆ จะมีระบบปั้มน้ำมันเครื่องยนต์ที่ดีมากกว่าในอดีตที่จะสามารถดูดน้ำมันหล่อลื่นขึ้นมาเคลือบผิวชิ้นส่วนได้เร็วขึ้นก็ตาม แต่ก็ยังต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรกว่าจะมีน้ำมันหล่อลื่นเต็มระบบและพร้อมที่จะใช้งาน ดังนั้น หากสตาร์ตเครื่องยนต์แล้ว ให้วอร์มเครื่องยนต์สักพัก

โดยสังเหตุง่ายๆ ว่า เมื่อสตาร์ตแรกๆ รอบเครื่องยนต์จะดีดขึ้นสูงกว่าปกติเล็กน้อย เช่น จากปกติที่ 700 – 800 รอบต่อนาที เป็น 1,000 – 1,200 รอบต่อนาที ในช่วงเวลาไม่นานราวๆ 3 – 5 นาที รอบก็จะลดลง 900 รอบต่อนาทีโดยประมาณ และเมื่อเครื่องยนต์อยู่ในอุณหภูมิทำงานจริงรอบก็จะลดลงมาปกติ 700 – 800 รอบต่อนาที นั่นแสดงว่ารถพร้อมที่จะใช้งานแล้ว ซึ่งจะช่วยให้ลดการสึกหรอของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น และเป็นการสังเหตุจากการฟังเสียงและความรู้สึกว่า เครื่องยนต์ผิดปกติหรือไม่อีกด้วย

2. จอดติดไฟแดง เข้าเกียร์ “P”

จอดติดไฟแดง เข้าเกียร์ "P"

การจอดติดสัญญาณไฟแดงนั้น ปกติจะใช้เวลาไม่นานนัก รถยนต์ที่ใช้เกียร์อัตโนมัติ สามารถค้างตำแหน่งเกียร์ไว้ที่ “D” และเหยียบเบรคค้างไว้ได้ โดยไม่ส่งผลต่อชิ้นส่วนในระบบใดๆ แต่ก็อาจเกิดการไหลไปด้านหน้าแบบไม่ตั้งใจได้ เมื่อเผลอคลายเบรคเพียงเล็กน้อย ดังนั้นหากต้องการเพิ่มความปลอดภัยก็เพียงแค่เลื่อนเกียร์มาตำแหน่ง “N” และ “ดึงเบรค” มือเอาไว้ เท่านี้ก็ปลอดภัยแล้ว โดยปกติจะไม่แนะนำให้เข้าเกียร์ “P” ใช้การจอดรถลักษณะแบบนี้

เนื่องจากโอกาสที่รีบร้อนในการเลื่อนตำแหน่งลงมาผ่านตำแหน่งเกียร์ “R” จนอาจลืมคิดว่าเป็นการเลื่อจาก “N” ลงมาที่ “D” และเร่งเครื่องทันที รถก็จะถอบหลังไปชนรถคันด้านหลังได้ นอกจากนี้การจอดรถเอาไว้บนถนนก็มีโอกาสที่จะเกิดเหตุขึ้นได้ หากมีรถมีชนท้าย ระบบล็อคเกียร์ตำแหน่ง “P” ที่มีฟันเฟิองคบกันอยู่นั้น เสียหายได้ และการซ่อมนั้นราคาสูงมากอีกด้วย ดังนั้นจอดติดไฟแดงไม่นานก็ “เข้า N ดึงเบรคมือ” ก็พอ

3. ใช้โทรศัพท์

ใช้โทรศัพท์

ข้อนี้น่าจะเป็นเรื่องระดับชาติกันไปแล้ว สำหรับ “โทรฯ ไม่ขับ” ซึ่งไม่แตกต่างอะไรกับ “เมาไม่ขับ” ไปแล้ว เพราะการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถนั้น สมาธิจะลดลง และปฎิกิริยาตอบสนองต่อการขับขี่ การตัดสินใจ และการมองเห็นจะลดลงทันที! ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน หากมีอะไรมากวนใจกวนสมาธิรับรองว่า ความสามารถในการขับขี่พยานพานะของคุณจะลดลงอย่างแน่นอน ฟันธง มีวิธีการมากมายเมื่อต้องการคุยโทรศัพท์ขณะขับขถ เช่น ใช้ Small talk, Bluetooth หรือในรถยนต์รุ่นใหม่ก็ระบบเชื่อมต่อไร้สายกับเครื่องยนต์กันแล้วด้วย อย่าง Apple CarPlay หรือ Android Auto เป็นต้น หรือถ้าไม่มีจริงๆ ก็เปิด Speaker Phone ไม่เลยก็ย่อมได้

4. เร่งเครื่องค้างไว้เมื่อจอดทางลาดชัน

เร่งเครื่องค้างไว้เมื่อจอดทางลาดชัน

การเร่งเครื่องยนต์ค้างรอบเอาไว้ป้องกันรถไหลเมื่อจอดค้างบนทางลาดชันนั้น (ในรถยนต์รุ่นที่ไม่มีระบบช่วยออกตัวทางลาดชัน) ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เนื่องจากเพื่อภาระหรือความร้อนในระบบขับเคลื่อน และสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยไม่จำเป็นอีกด้วย นอกจากนี้หากเผลอขยับเท้าขวาแรงเกินไปก็อาจพุ่งไปข้างหน้าได้ สิ่งที่ควรทำเมื่อจอดบนทางลาดชันที่รถไม่มีระบบช่วยกันไหลถอยหลังนั้นก็คือ เหยียบเบรคค้างเอาไว้ หรืออาจเข้าเกียร์ “N”

และดึงเบรคมือในกรณีที่ทางไม่ลาดชันมากนักและเบรคมือสามารถหยุดรถไหว และขณะที่จะเร่งออกตัวก็เพียงเข้า “D” และค่อยๆ เติมคันเร่งพร้อมกับปลดเบรคมือช้าๆ และไม่ควรเข้าเกียร์ “P” เพราะการที่รถจอดในทางลาดชันนั้นเมื่อเข้าเกียร์ “P” ชุดเฟืองทีล็อคเกียร์จะถูกขัดกันอย่างรุนแรงโดยเฉพาะเมื่อปลดจาก “P” ไปที่ “D” หากทำบ่อยๆ อาจชำรุดเสียหายได้ อย่าลืมว่าหากต้องซ่อมหรือโอเวอร์ฮอล์เกียร์อัตโนมัตินั้นราคาสูงเอาเรื่องเลย

5. ออกรถอย่างรวดเร็วขณะเลี้ยวสุด

ออกรถอย่างรวดเร็วขณะเลี้ยวสุด

ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ส่วนมากจะเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า การหักเลี้ยวล้อสุดไม่ว่าจะเลี้ยวขวาหรือซ้ายข้อควรระวังคือ ค่อยๆ ออกเร่งออกตัวไปอย่างช้าๆ เพราะในขณะที่ล้อถูกหักมุมเลี้ยวอยู่นั้น ชึ้นส่วนที่รับกำลังจากเครื่องยนต์เมื่อเร่งเครื่องอย่างรุนแรงนั้นเพลาขับนั่นเอง และอาจทำให้ชุดลูกปืนเพลาแตกและเสียหายในเวลาอันรวดเร็ว และต้องเปลี่ยนใหม่ ซึ่งชุดลูกปืนเพลามักจะมาพร้อมเพลาทั้งชิ้น ดังนั้น ราคาก็จะโหดไม่น้อยเลย

เป็นอย่างไรบ้างกับสิ่งที่ไม่ควรทำ ให้ลองสังเหตุตัวเองดูว่าในขณะใช้งานรถยนต์นั้น ได้ทำพฤติกรรมในข้อได้บ้าง หากรู้ก็รีบปรับปรุงแก้ไขให้เป็นนิสัยที่ดีในการช่วยถนอมรถคู่ใจ เพราะปัจจุบันนี้รถยนต์ราคาสูงขึ้นกว่าจะเก็บเงินได้มาไม่ใช้เรื่องง่าย การใช้รถคันที่เรารักอย่างถนนก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงไปได้อีกเยอะเลย

ข้อมูลจาก/checkraka.

เรียบเรียงโดย/168Automotive.
แสดงความคิดเห็น
Read Previous

Toyota Corolla Sedan 2020 เปิดตัวแล้ว!! วางจำหน่ายในไทยในเร็วนี้

Read Next

ล้างอัดฉีดรถยนต์บ่อยๆ ระวังห้องเครื่องพังแบบไม่รู้ตัว

กดถูกใจแฟนเพจเพื่อรับข้อมูลข่าวสาร