การดูแลรักษาแอร์รถยนต์จากสภาพอากาศในเมืองไทย

การดูแล และบำรุงรักษาแอร์รถยนต์ ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศของเมืองไทย

แน่นอนว่าอากาศของเมืองไทยร้อน ถึงร้อนมากครั้นจะขี่รถมอเตอร์ไซค์ก็คงไม่ไหว ดังนั้นก็ต้องใช้รถยนต์และคุณต้องเปิดแอร์แน่นอนถ้าไม่อยากสุกอยู่ในรถ ดังนั้นเมื่อต้องเปิดแอร์ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนขนาดนี้ รถหลายคันจึงต้องเจอกับปัญหา แอร์รถยนต์ไม่เย็น หรือเปลี่ยนน้ำยาแอร์แล้วทำไมแอร์ไม่เย็น เราเลยมีวิธารดูแลรักษาแอร์รถยนต์มาฝากค่ะ

การดูแลรักษาแอร์รถยนต์จากสภาพอากาศในเมืองไทย 1

ควรสตาร์ทรถพักนึงก่อนเปิดแอร์

ควรจะสตาร์ทรถสักพัก และรอให้เครื่องยนต์อยู่ในอุณหภูมิที่ทำงานก่อน แล้วค่อยเปิดแอร์ เพราะต้องรอให้พัดลมหม้อน้ำเริ่มทำงานเสียก่อน จึงค่อยเปิดระบบทำงานของเครื่องปรับอากาศ ดังนั้นก่อนที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ควรดูว่าสวิตซ์ของเครื่องปรับอากาศยังคงปิดอยู่หรือไม่ ถ้าหากว่าเปิดอยู่ควรปิดเสียก่อน เพราะการทำแบบนี้จะช่วยรักษาแอร์ของรถยนต์ได้ และยังป้องกันไม่ให้คอมเพลสเซอร์ต้านทานการหมุนของเครื่องยนต์ ในขนาดที่คุฯติดเครื่องยนต์นั้นเอง

การปรับแอร์รถยนต์ที่ถูกวิธี

สวิตซ์พัดลม

เมื่อคุณสาร์ทเคื่องยนต์แล้ว ให้คุณเปิดพัดลมแอร์ที่ระดับสูงสุดทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที่ก่อน แล้วปรับพัดลมลงมาตามที่คุณต้องการ เพื่อท่ะไล่ลมร้อนออกจากช่องปรับอากาศ จากนั้นแล้วจึงค่อยเปิดระบบเครื่องทำอากาศ ให้ปรับไปยังตำแหน่งที่เย็นที่สุดแล้วค่อยๆ ลดลงมา แต่ไม่ต้องรอให้อากาศเย็นมากเกินไปเพราะอาจจะทำให้คอมเพลสเซอร์แอร์ทำงานหนักเกินไป การที่ทำแบบนี้จะทำให้ระบบความสัมพันธ์ของเครื่องทำอากาศและอุณหภูมิของเครื่องยนต์เป็นไปตามที่ต้องการและสอดคล้องกัน

ควรล้างแอร์รถยนต์เมื่อไหร่

การล้างแอร์

แน่นอนว่ารถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเป็นระยะเวลาที่นานย่อมมักมีกลิ่นอับชื้น หรืออาจจะระบบแอร์เสื่อมสภาพ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ควรล้างแอร์ ซึ่งในปัจจุบันการล้างแอร์รถยนต์ไม่ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน ณอาจจะล้างแอร์รถของคุณปีละ 1 – 2 ครั้ง เพราะค่าใช้จ่ายเดียวนี้ถูกมาก ซึ่งจะช่วยยืดระบบการ

ตรวจเช็คเบื้องต้นด้วยตนเอง

ตรวจเช็คแอร์ด้วยตัวคุณเอง ที่สามารถทำได้ง่ายๆ โดยที่คุณเปิดกล่องฟิวส์ หาตำแหน่องของระบบปรับอากาศ ฟิวส์คอมแอร์ และฟิวส์พัดลมแอร์ในห้องโดยสาร ซึ่งส่วนใหญ่กล่องฟิวส์ในรถยนต์ก็จะบอกตำแหน่งของฟิวส์ที่ใช้งานในระบบไฟของรถยนต์ และคุณควรหาฟิวส์สำรองไปด้วย หากว่าฟิวส์ขาดจะได้เปลี่ยนได้ทันที แต่ทางที่ดีควรจะให้ช่างดูให้ดีกว่า

ตรวจเช็คสภาพแอร์รถยนต์โดยผู้เชี่ยวชาญ

นำรถไปให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ หรือช่างตรวจเช็คสภาพของแอร์ หากฟิวส์ของระบบปรับอากาศเกิดเสีย ไม่ได้ใช้งานมานาน ควรให้ช่างดูแอร์รถยนต์บ้าง หากแอร์ไม่มีความเย็นถ่ายเทออกมา มีกลิ่นอับชื้น เมื่อใช้งานไปสักระยะ แผงกรองแอร์ที่ต้องกรองฝุ่นละอองตลอดเวลา ก็ย่อมเกิดการอุดตันขึ้น ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของช่างซ่อมแอร์ที่จะจัดการกับปัญหาดังกล่าว โดยคุณสามารถเปลี่ยนที่กรองแอร์ได้ตามระยะทางที่คู่มือประจำรถได้กำหนดเอาไว้

คอล์ยเย็นรถยนต์ คืออะไร

คอล์ยเย็น

คอล์ยเย็น คุณรู้หรือไม่ว่าการใช้น้ำหอม หรือสเปรย์ปรับอากาศ จะทำให้เครื่องปรับอากาศของคุณนั้นดูดละอองเล็ก ๆ ที่คุณฉีด หรือที่ออกมาจากน้ำหมอในรถของคุณนั้นเข้าไป ทำให้เกิดการสะสมในครีบเล็ก ๆ ของคอล์ยเย็น ซึ่งทำให้ระบบระบายความเย็น การดูดซึมความชื้น ถ่ายเทความร้อนได้ลดลง ส่งผลให้คอมเพลสเซอร์ทำงานหนักขึ้น ดังนั้นจึงต้องทำความสะอาดเมื่อแอร์รถยนต์ของคุณไม่เย็น และมีกลิ่นอับออกมา

สิ่งที่ควรทำทุกๆครั้งหลังการใช้งานแอร์รถยนต์

ก่อนถึงที่หมายประมาณสัก 15 นาที ให้ปิดสวิตซ์ของระบบปรับอากาศ (A/C) และเปิดพัดลมไปที่ตำแหน่งความเร็วสูงสุด เหตุที่แนะนำให้ทำแบบนี้ เพราะจะช่วยลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์และไล่ความชื้นออกจากคอล์ยเย็น นอกจากนี้ หากใครที่จำเป็นต้องจอดรถทิ้งไว้นานๆ เช่น จอดค้างคืน ควรปิดสวิตซ์ (A/C) และเปิดลมเปล่าให้แรงสุด เพื่อไล่ความชื้นที่ค้างอยู่ในแอร์และลดกลิ่นอับที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากตู้แอร์ทำจากอะลูมิเนียมจะเกิดการผุกร่อนได้ง่า

นอกจากที่ได้กล่าวไปในเบื้องต้นแล้ว ให้จำไว้เสมอว่าระบบแอร์เป็นระบบปิด ดังนั้น การที่คุณต้องเติมน้ำ แอร์บ่อยๆ นั่นหมายถึง แอร์รถยนต์ของคุณอาจเกิดการรั่วขึ้นแล้ว จึงควรนำไปซ่อมแซมโดยด่วน และไม่ควรเปิดกระจกรถยนต์บ่อยๆ เพราะจะทำให้ฝุ่นละอองจากภายนอกเข้ามาอุดตันในช่องแอร์ได้ง่าย หากมี เหตุจำเป็นที่ต้องเปิดกระจกรถก็ควรปิดจุดที่แอร์ออกให้มากที่สุด เพื่อให้ฝุ่นเข้าไปในช่องแอร์ได้น้อยที่สุดนั่นเอง

เรียบเรียงโดย: 168automotive

 

แสดงความคิดเห็น
Read Previous

ราคา ตารางผ่อนดาวน์ Suzuki GSX-R1000R ABS

Read Next

ราคา ตารางผ่อนดาวน์ Nissan Sylphy ปี 2020-2021 ใหม่ล่าสุด

กดถูกใจแฟนเพจเพื่อรับข้อมูลข่าวสาร